
หลังจากละครแล้ว พี่เมฆพาขึ้นมาบนดาดฟ้าชมวิวใหม่ๆ สวย และบรรยากาศดีมาก เหมาะอย่างยิ่งที่จะมานั่งคุยกับคนรู้ใจ

ละครเลิกแล้ว ทุกคนเป็นปลื้มมาก โดยเฉพาะเตย แพร์ก็ด้วย ส่วนแม่ก็ไม่ว่าอะไร ดีนะที่ก่อนหน้านี้พ่อบังคับให้ดูหนัง(จนจบ) ไม่งั้นสงสัยไม่รู้เรื่อง เมื่อซักสิบเจ็ดปีก่อนพ่อก็ไปดูกับแม่ที่นิวยอร์ค ตอนนั้นพ่อแม่ก็ไม่รู้เรื่องไปก่อนเลย รู้แต่ว่าควรไปดู จบออกมาก็ยังคงไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม แต่สัมผัสได้ถึงความไพเราะของเพลง ฉากละคอน สัญญาลักษณ์ต่างๆที่สอดคล้องกันระหว่าง เสียง เพลง แสง ท่าทาง ฉาก การแสดง นี่กระมังที่เรียกว่าศิลปะการละคร ก่อนมาได้ดูดีวีดี กับแม่อีกรอบหนึ่ง จริงอยู่ทำให้เราเข้าใจ story แต่มันก็เป็นตัวบดบังจินตนาการของเรา ในหนังทำเพื่อให้เป็นเรื่องจริง แต่ละครนั้น ยังเว้นที่ไว้ให้เราสร้างจินตนาการต่อไปได้อีก การฟังเสียงร้อง และดนตรีสด รวมทั้งการเผชิญหน้ากับแสงฉาก การแสดงสดๆนั้น ย่อมให้อรรถรสอย่างไม่อาจมีสื่ออื่นมาทดแทนได้ และนี่คือความสำเร็จที่ขอให้แม่เข้ามาชมจนได้

มาทานข้าวที่ข้างเอสเพอร์นาด วิวดี บรรยากาศดี เหมาะกับการกิน...หอยทอด

มาแล้วก็ต้องถ่ายรูปเป็นหลักฐานซะหน่อย แต่แดดมันแทงตาไปหน่อย ไม่มีทางเลือกเพราะต้องรีบไปกินข้าวกันจึงเลือกมุมอื่นไม่ได้แล้ว

ถนนหลายสายกำลังโปรโมท Phantom กันใหญ่โต ซึ่งก็ได้ผลนะ นี่เป็นถนนออฉาด
No comments:
Post a Comment