14 January 2007

day 3 in hospital


ไชโย อาหารมื้อแรกของแม่หลังผ่าตัด ดูสิ มีแต่ซุปที่เป็นน้ำๆใสๆเท่านั้น สู้ๆนะแม่ พรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้อีกนะ
วันนี้คนมาเยี่ยมไม่ค่อยเยอะเท่าไร เพราะรู้ว่าคนเพิ่งผ่าตัดออกมาต้องการพักผ่อนมากกว่า แต่มีโทรศัพท์มาถามข่าวคราวตลอดเลย


อาจารย์หมอมงคล(เจ้าของไข้ ผู้ทำการผ่าตัด) เข้ามาสวนกับหมอตี่พอดี เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันอีก หมอมาดูอาการ สั่งให้ทานน้ำอาหารได้แล้ว มาบอกว่าทุกอย่างเรียบแล้วแล้วนะ จะรอก็แต่ว่าผลแล็ปมดลูกที่ตัดมาส่งไปตรวจจนั้นจะได้ในอีกวันหนึ่ง แต่แม่ก็ยังกังวลต่อ ถามหมอว่า ถ้าเรียบร้อยดีทำไมจะต้องส่งตรวจด้วยล่ะ (เหมือนกับหมอมีอะไรปิดบังหรือเปล่า) ซึ่งหมอก็อธิบายว่ามันเป็นรูทีนนะที่อะไรก็ตามที่ตัดออกมาจากร่างการจะต้องส่งตรวจทุกเคส อย่ากังวลอีกเลย เอาวันนี้ให้ดีดีกว่านะ
หมอคนนี้นับเป็นผู้เชี่ยวชาญทางสายนี้แล้วนะแม่ เลิกเป็นห่วงได้แล้วล่ะ ต้องเชื่อในศรัทธาเรา


อาจารย์ตี่มาเยี่ยมแม่ อาจารย์ตี่เป็นอาจารย์หมออยู่ที่ศิริราช แต่เป็นหมอเด็ก เป็นญาติสนิททางฝ่ายพ่อ ซึ่งแม่จะปรึกษากับเขาเสมอ แล้วเขาก็ดีกับเราเสมอเช่นกัน


ของ 2 สิ่งที่สำคัญกับแม่มาก ก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดคือ 1 mini album เล่มหนึ่งมีรูปเก่าๆของพวกเรา ไปญี่ปุ่น และอื่นๆ เล่มปกสีเขียวเป็นรูปของลูกเมืองในอิตาลี อีก 1 เล่ม ก็รวมฮิต ซึ่งแม่ก็ยังไม่พอ แม่บอกว่า “คิดถึงลูกมาก ทั้งสองคนเลย” ส่วนชิ้นที่2 คือ i pod ที่พ่อบรรจุคำบรรยายธรรมเอาไว้ ก็ทำให้แม่ฟังไปได้นานๆอย่างสงบ พร้อมกับพ่อก็ได้ใส่รูปพวกเราเป็นร้อยๆรูป แล้วก็ต่อพ่วงให้แม่ดูทางทีวีเหมือนเป็นสไลด์โชว์ ซึ่งก็เป็นความสุขของแม่อีกเช่นกัน ดูไปก็ยิ้มไปบอกอยากไปเที่ยวอย่างนี้อีเนอะ


สายๆ ตั่วโกว กับโซ้ยโกว มาเยี่ยมแต่แม่หลับยาวเลย ทั้งสองคนก็เลยคุยกับพ่อแทน โซ้ยโกวเอาโปรตีนแอมเวย์มาเยี่ยม พ่อก็เห็นว่ามีประโยชน์นะ เพราะโปรตีนนี้น่าจะเหมาะกับผู้ป่วยที่สุด เพราะเป็นโปรตีนที่สำเร็จรูปแล้ว แต่แม่ก็ยังคงแอนตี้ รั้นตามเคย แม้พ่อจะบอกว่า ที่พ่อฟื้นเร็วอาจจะเป็นเพราะโปรตีนนี้ มีส่วนอยู่ไม่มากก็น้อยแหละ


เช้านี้ย่อมดีกว่าเมื่อวาน พยาบาลบอกให้แม่พยายามขยับตัวเพื่อให้ท้องไส้เข้าที่เข้าทาง แม้จะเจ็บแผลบ้างก็จำเป็นต้องทน เพราะการขยับตัวจะช่วยให้แผลไม่เจ็บนานเพราะพังผืด จะสามารถทานอาหารได้เร็วขึ้น ถ้าลำไส้ทำงานตามปกติแล้ว แม่ก็พยายามนะ เช้านี้เลยขอลุกขึ้นมาแปรงฟันซะเลย คงทนปากเหม็นไม่ไหว หน้าตาแม่ก็ดีขึ้นมาก

No comments: