03 April 2009

hong kong trip

... แต่...อย่าให้แม่ได้เห็นบรรยากกาศแบบนี้เป็นอันขาด เธอจะต้องเดินเข้าไป อย่างไม่รู้ตัวเชียวล่ะ
กลับมาเดินต่อที่ คอสเวย์เบย์ ความจำเดิมๆก็ผุดขึ้นมา ที่นี่จำได้ว่าตอนมากับเมฆก็พยามจะหาของกิน ก็หาไม่ได้ซักที แต่งวดนี้มาจบลงที่ข้าวหน้าเป็ด(โชคดีของพ่อ) ก่อที่จะพ่อแม่จะแยกไป Ikea ส่วนเมืองก็เดินต่อแถวนั้น

กลับจากซิตี้เกจแล้ว (ห้างoutlet) ได้ของกันคนละอย่างสองอย่าง โดยเฉพาะของพ่อ ได้ทิมเบอร์แลนด์ มาคู่หนึ่ง

ระหว่างทางใน MTR ก็พบร้านขายหวี...ขายหวีอย่างเดียวเท่านั้น ก็พอทราบนะว่า รู้จริงสิ่งเดียวอาจ มีมั่ง... แต่ขายหวีอย่างเดียวนี่มันเกินไปหน่อนว่ะ..แล้วนี่จะขายได้กี่วันอันนะนี่

และก็พบว่าแม่เรานี่ “สวย” ไม่เบานะนี่ ไม่เเกี่ยงอายุด้วยนะครับ







นั่งรถรางไปย่านเซ็นทรัลเพื่อต่อรถไปซิตี้เกจ แต่ว่าที่สถาปนิกมาด้วยก็ต้องถ่ายคู่กับตึกดังๆซะหน่อย อย่าง HSBC และ Bank of China แล้วจึงไปต่อรถต่อไป


ที่ร้านอาหารเช้า (แบบเจอร้านไหนเข้าร้านนั้น) ก็อร่อยดี เมืองก็ซัดไปสอง แม่นั้นก็ไม่น้อยหน้า เริ่มด้วยโจ้กเบาๆ ก่อนจะตบด้วยแวนวิชอีกชุด



ที่หน้าโรงแรมก่อนออกไปทานข้าวเช้ากัน

ของคุ้นๆตาทั้งนั้นที่เราใช้เดินทาง อย่างวิทยุสื่อสารนี่ คราวนี้เวอร์คนะ เพราะโทรศัพท์ของพ่อทำไมใช้ไม่ได้ไม่รู้ ส่วนของเมืองก็ไม่ได้เปิดบริการต่างประเทศก่อนมา ก็ต่อใช้ไอ่นี่แหละทางสุดท้ายแล้ว มาม่า ก็ของพ่อตามเคย ถ้าสังเกตกระดาษที่มาม่าทับอยู่นั้น เป็นโปรแกรมของลุงหวัดที่ทำเป็นแผนสำหรับเขาเดินทางเอง พ่อขอมา เห็นแล้วต้องอึ้งครับ เพราะคำนวณเวลากานเดินทาง รถสายอะไร ค่ารถเท่าไร ร้านอาหารร้านไหน ....ฯลฯ ทำเป็นระเบียบจริงๆ และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ “สายข้อมือท่านตา”

อันดับต่อไปก็ไปกินก๋วยเตี๋ยว (โดยไม่ระบุร้าน กูเจอร้านไหน..กินเลย ไม่ต้องเมีใครแนะนำ) ที่ถนนคนเดิน และเดินต่อที่ Lady Market ถึงสี่ทุมครึ่ง ก่อนจะกลับโรงแรม อย่างอ่อนเพลีย





ตกค่ำเราก็นั่งเรือข้ามฟากมาฝั่งเกาลูน เพื่อชม Light Simphony อากาศเย็นๆดี แต่ก่อนชมก็ทานไอสครีมที่เขาว่าอร่อยๆกันซะหน่อย
เมืองบอกว่าไอ้หนังสือพวกนี้นี่ ชอบทำเก่งเหมือนเชี่ยวชาญ เที่ยวแนะนำ โน่นอร่อย นี่อร่อย มันกินมากี่ร้านว่า ซึ่งพ่อก็เห็นด้วย ว่าไอ้พวกนี้มันก็มือใหม่ เหมือนกันล่ะวะ แต่มันต้องทำสิงห์ไว่ก่อนล่ะถูกต้องแล้ว ไม่งั้นใครจะซื้อหนังสือมันล่ะ ถ้าไม่แนะนำร้อนอร่อยจึงเรียวว่าเชี่ยวจริง



เข้าห้องเรียบร้อยก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยเริ่มที่ตรอกของเล่น ใกล้กับสถานนีwan chai งานนี้แม่มีเมืองเป็นเพื่อนเดินแล้ว พ่อพยายามเชียร์ว่า แม่มีเซ็นท์เรื่องของแปลกๆดีมา ของเหมือนๆกัน หลายคนก็เดินผ่านไปโดยมองไม่เห็น แต่แม่มักเห็นค่าเสมอ จึงมักจะได้ของที่เรานึกไม่ถึงบ่อยๆ นี่คือ บรรยากศของตรอกนี้นี่ ได้ใจแม่จริงๆ
หลังนั้นก็นั่งรถของโรงแรมไปท่าเรือ (ฟรีอีกแล้ว ดีจริงๆ) นั่งเทอร์โบเจท ข้ามไปฮ่องกง เมื่อถึงท่าเรือแล้ว ก็มากินข้าวร้านเดิมที่เคยมากินกับเมฆนั่นแหละ ก่อนจะนั่งMTR ไปโรงแรม โนโวเทล เซ็นจูรี่ ที่เก่า



มาถึงมาเก๊า เกือบ 11 โมง (เวลาท้องถิ่น) ขึ้นรถบัสของ เวเนเชี่ยน จากสนามบินเลย ฟรี ครับ พอถึงก็เดินดูรอบๆ เรารู้ว่าปกติคนมาดูต้องตื่นเต้นกับความอลังการแน่นอน ดังนั้น พวกเราจึง “ไม่” จะไปตื่นเต้นกับของปลอมทำไม ต้องดูเป็นของแปลกถึงจะถูก ว่าคนเราแม่งทำกันได้ขนาดนี้
แต่ก็ต้องถ่ายภาพกันหน่อยตามระเบียบ
พ่อ แม่ และเมือง ไปสุวรรณภูมิเพื่อจะเดินทางไปมาเก๊า โดยแอร์เอเชีย เที่ยวบิน 7 โมงเช้า เราก็เลยเข้ามาในห้องรับรองก่อน โดยเมืองกับแม่ที่นั่งกิน ส่วนพ่ออกไปทานข้างนอก (บัตรฟรีให้ใช้ในห้องนี้ได้ 2 คน คนต่อไปต้องจ่ายเงิน ประมาณซัก 800บาท มีหรือที่เราจะยอม)

No comments: