
เมืองกลับมาแล้วพร้อมกับเล่าว่าไปเจอขบวนการละเล่นตามทางที่สนุกมาก ถ่ายรูปและคริปมาให้ดูด้วย ทุกคนที่อยู่ในขบวนต่างทำหน้าที่ของตัวอย่างเต็มที่จริง ซึ่งพ่อก็เห็นด้วย ก่อนที่เราจะเริ่มแพ็คของแยกกระเป๋ากันอย่างยากเย็นพอสมควร


ออกจากที่นี่เรามุ่งหน้าไป Roppongi กันเพราะคราวที่แล้วเราแทบไม่ได้เดินดูอะไรเลย (คราวนี้ก็ไม่ได้ดูอะไรมากอยู่ดี) แต่ให่เมืองแยกตัวไปคนเดียวน่าจะเวอร์คกว่าเพื่อไปหาตึกหรืองานออกแบบดูเอาเอง ส่วนพ่อ แม่ และเมฆใช้เวลาอยู่กับเทศการโดราเอมอนต่ออีกพักใหญ่ก่อนจะกลับไปโรงแรม แต่ยังมีเวลานี่ ต่างคนก็เลยแยกกันเดิน แยกกันกินเลยมื้อนี้
ภายในงานเราก็คงดูแบบรวดเร็วตามเคยเพราะถึงเวลานัดกับแม่แล้ว ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปกับผลงานอีก แต่มานึกขึ้นได้ว่า ก็งานของปิกัสโซ กับคาดินสกี้ ชิ้นนี้เราก็ถ่ายมาเมื่อครั้งที่แล้ว แสดงว่าพ่อนี่ไม่พัฒนาเลย


พ่อแยกจากเมฆเมืองมาก่อนเพราะใกล้เวลานัด เพื่อจะมาดักแม่ก่อน แล้วให้เมืองไปดูตึกของ อันโดะ (เจอหรือเปล่าไม่รู้) ก่อนที่จะผ่านออกมาดูพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์กันสองคน ในขณะที่พ่อเดินออกมาก็เห็นว่าที่ Museum of Western Art กำลังมีนิทรรศการของ LE CORBUSIER (ปรามาจารย์ของสถาปนิกผู้ออกแบบตึกนี้) จึงดักรอให้เมฆ เมืองเข้าไปดู
รูปที่บันไดนี้ต่อกันเป็นหน้าคู่นะ สวยดี มีจังหวะ


เราผ่าน Museum of Western Art ไปก่อนเพราะคราวที่แล้วมามาเดินแล้ว เรามุ่งหน้าไป Tokyo Metropolitan Art Museum ตั้งใจไปดู permanent collection แต่ที่นี่เขาไม่มี ก็เลยดูนิทรรศการอียิปแทน ออกมาก็มาถ่ายรูปที่เดิมที่เคยถ่ายครั้งก่อน
สองรูปนี้ต่อกันเป็นหน้าคู่
วันก่อนสุดท้ายแล้วที่เรามีเวลาเต็มวัน แต่ยังมีโปรแกรมอีกตั้งเยอะที่เราตั้งใจจะไปกัน แต่ไม่เป็นไร ไม่ทันก็ไม่ทัน เช้านี้เราไปที่ Ueno ก่อนเพื่อไปมิวเซียมที่คราวที่แล้วไม่ได้เข้า แต่ให้แม่แยกไปเดินที่ Ameyayokocho ทีเป็นถนนคนเดินย่านขายของถูกที่แม่น่าจะมีพลังมากกว่าไปมิวเซียมแน่
No comments:
Post a Comment